ข้อมูลจากเว็บไซต์ weekdayspecialthailand.com
หากใครกำลังมองหาที่เที่ยวแบบทะเลสวย น้ำใส เกาะงามตา ทะเลไทยแรก ๆ ที่เราจะนึกถึงคงไม่พ้นทะเลภาคใต้อย่างจังหวัดกระบี่ เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวระดับโลก มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติไปเยือนกันเป็นจำนวนมาก
สำหรับกระบี่แล้ว ถ้าไปเที่ยวช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวประมาณเดือน พฤศจิกายน-พฤษภาคม ทุกเกาะจะแน่นขนัดไปด้วยภาพผู้คนละลานลา ไปแล้วหามุมเงียบสงบและเป็นส่วนตัวยาก
แต่ถ้าใครได้ลองไปเที่ยววันธรรมดา หรือช่วงโลว์ซีซั่นกันดูบ้าง จะรู้ว่า ภาพที่เคยเห็น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ใครอยากไปเที่ยวกระบี่แบบคุ้ม ดื่มด่ำความสุขจากท้องทะเลแบบเต็มอิ่ม ต้องไปช่วงวันธรรมดาเท่านั้น
สำหรับทริปยอดนิยมของการมาเที่ยวกระบี่ก็คือ การนั่งเรือทัวร์ 4 เกาะเด่นๆ ซึ่งเราสามารถเลือกเที่ยวได้ภายในวันเดียวได้อีกด้วย
สำหรับทัวร์นั้นเราสามารถเลือกซื้อได้ที่โรงแรมที่เราพัก หรือซื้อล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของบริษัททัวร์ หรือจะไปเดินเลือกซื้อเองที่อ่าวนางก่อนที่จะเดินทางหนึ่งวันก็ยังไหวนะ (ราคาทัวร์ปรับเปลี่ยนไปตามฤดูกาล)
หาดที่ทุกทัวร์นิยมพาเราไปคือหาดพระนาง หาดที่ขึ้นชื่อว่ามีชายหาดที่มีความสวยงามติดอันดับ 1 ใน 10 ของโลก ที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของ “ถ้ำพระนาง” ถ้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นถ้ำของชาวเรือ ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาสักการะขอพรที่ศาลพระนางกันมากมาย
อีกทั้งยังมีนักท่องเที่ยวนิยมนำปลัดขิกมาแก้บนที่ศาลพระนางอีกด้วย แสดงให้เห็นความศักดิ์สิทธิ์ของศาลพระนางได้อย่างดี
หาดถ้ำพระนางเป็นหาดที่เหมาะกับการเล่นน้ำ ถึงแม้ทรายจะไม่ขาวละเอียดเหมือนหาดทรายบนเกาะ แต่น้ำก็เป็นสีฟ้าใสน่าเล่น ที่นี่ยังมีกิจกรรมตื่นเต้นอีกมากมายทั้งการปีนหน้าผา การพายเรือคายัค
หรือเดินชมทัศนียภาพของหาดไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งก็จะสามารถทะลุไปยังอ่าวไร่เลย์ได้เลย ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับการปีนหน้าผาระดับโลก ทำให้มีนักปีนเขาจากทั่วโลกนิยมมาปีนเขาหินปูน บนอ่าวไร่เลย์แห่งนี้มากมาย
ส่วนเกาะที่ถือเป็นไฮไลต์ของการทัวร์กระบี่เลยก็ว่าได้คือหาดทับ เพราะหาดทับมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น Unseen Thailand อย่างทะเลแหวก ซึ่งในช่วงปลายปีทะเลจะแหวกประมาณ 9 – 11 โมง
ทะเลแหวกคือการที่น้ำทะเลลดลงอย่างรวดเร็วจนสันดอนทรายโผล่ แหวกให้เห็นเกาะทั้ง 3 เกาะที่ปกติจมน้ำอยู่และเชื่อมเกาะ 3 เกาะเข้าหากันคือ เกาะปอดะ เกาะหม้อ และเกาะไก่ ทั้งยังทำให้เรารู้สึกเหมือนได้เดินเล่นกลางทะเลด้วย
เมื่อน้ำทะเลขึ้นท่วมจนเป็นเหมือนเดิมแล้ว เราก็จะเห็นเกาะไก่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวอยู่กลางน้ำ เกาะไก่เป็นเกาะหินปูนที่ถูกลมฝน และน้ำทะเลกัดเซาะจนกลายเป็นรูปทรงคล้ายหัวไก่ ทำให้นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันมากมาย
ส่วนกิจกรรมหลักบนเกาะที่อยู่ไม่ไกลกันนักกับเกาะไก่อย่างเกาะปอดะก็คือการถ่ายรูปคู่กับเกาะที่เป็นทรงแท่ง และยังมีธรรมชาติที่สมบูรณ์สวยงาม
ปิดท้ายที่เกาะที่คนรักการดำน้ำห้ามพลาดคือเกาะสี่ เกาะหินปูนกลางทะเลที่มีทีเด็ดที่การดำน้ำชมปะการัง ดอกไม้ทะเล และทักทายเหล่าปลาเสือ ปลาการ์ตูน
น่าไปสุด ๆ เลยใช่ไหมล่ะ!