กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับจังหวัดกระบี่ จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำภายในประเทศ บริเวณพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ ระยะที่ 7 เขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองกระบี่ใหญ่ ตำบลกระบี่ใหญ่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ความยาวออกแบบ 900 เมตร ณ ห้องประชุมบันไทยสมอ ชั้น 4 สำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อประชาสัมพันธ์ แนะนำโครงการฯ พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อการสำรวจออกแบบรายละเอียดงานก่อสร้างเขื่อนภายในประเทศที่ประสบปัญหาน้ำกัดเซาะและพังทลายของตลิ่ง โดยมีโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกระบี่, คณะผู้ออกแบบโครงการฯ , นายอำเภอเมืองกระบี่, นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่, ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ พื้นที่กระบี่ใหญ่ เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็น
โอกาสนี้ นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ได้มอบหมายให้ นายเอกชัย กิตติธรกุล เลขานุการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนต่อโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองกระบี่ใหญ่ โดยระบุว่า นายกิตติห่วงใยปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ จึงได้ติดตามและผลักโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบัน สภาพร่องน้ำคลองกระบี่ใหญ่ได้เปลี่ยนจากเดิม เนื่องจากเกิดปัญหากัดเซาะริมตลิ่งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิ์ของประชาชน ซึ่งเกรงว่า หากปล่อยไว้ โดยไม่เร่งดำเนินการแก้ไข อาจเกิดความเสียหายรุนแรงมากขึ้นในอนาคต กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย จึงได้รับจัดสรรงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2568 วงเงิน 90 ล้านบาท โดยมีระยะทางก่อสร้างรวมประมาณ 900 เมตร แบ่งเป็นฝั่งละ 450 เมตร
อย่างไรก็ตาม นายเอกชัยมองว่า ความสำเร็จของโครงการฯ ส่วนหนึ่ง เกิดจากที่ นายกิตติ นำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเข้าสู่การพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร จนรัฐบาลเห็นความสำคัญและอนุมัติงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว
ทั้งนี้ กระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนหรือการทำประชาวิจารณ์ถือเป็นขั้นตอนสำคัญตามระเบียบราชการ ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ตลอดจนร่วมห่แนวทางลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ ให้เหลือน้อยที่สุด
ซึ่งนายเอกชัยได้เน้นย้ำว่า หากทำประชาวิจารณ์ไม่ผ่านหรือประชาชนส่วนมหญ่ยังไม่เห็นด้วยกับโครงการฯ งบประมาณ 90 ล้านบาท อาจถูกส่งเสริมกลับไปยังสำนักงบประมาณ ซึ่งอาจส่งผลให้การแก้ไขปัญหาอุทกภัย การป้องกันกัดเซาะริมตลิ่ง การพัฒนาพื้นที่ในอนาคตต้องหยุดชะงัก และอาจเป็นเรื่องยากที่จะผลักดันงบประมาณลักษณะนี้อีกในอนาคต จึงขอความร่วมมือประชาชนพิจารณาโครงการฯ อย่างรอบคอบและคำนึงถึงประโยชน์ระยะยาวของพื้นที่เป็นสำคัญ
ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊กเพจประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่


























