• ปรับขนาด
    ตัวอักษร
เลขที่บัตรประชาชน :
รหัสผ่าน :
เลขที่บัตรประชาชน :
รหัสผ่าน :

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ภาพกิจกรรม
เที่ยวกระบี่ ครั้งเดียวไม่เคยพอ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดกิจกรรมการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวสีเขียว รุ่นที่ 4 เน้นบูรณาการ เร่งแก้ปัญหา พัฒนาศักยภาพ และขับเคลื่อน "Krabi Go Green" ตั้งเป้า นักท่องเที่ยวต้องกลับมาเยือนซ้ำ

23 เมษายน 2569 เวลา 10:00 น. นายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวสีเขียว รุ่นที่ 4 ภายใต้โครงการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวสีเขียว ณ ห้องเกาะกลาง โรงแรมกระบี่ มาริไทม์ รีสอร์ท ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ โดยมี นายวิภุช วิเศษสิงห์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ กล่าวรายงานถึงการกำหนดทิศทางการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ว่า เป็นไปภายใต้แนวคิด "Krabi Go Green" ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 เพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ สอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาประเทศ ตามแนวทางเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกระบี่ได้บูรณาการความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในจัดทำโครงการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวสีเขียวขึ้น ภายใต้แผนปฏิบัติราชการประจำปีของจังหวัดกระบี่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ ยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการท่องเที่ยวได้อย่างยั่งยืน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม/ที่พัก ชุมชนท่องเที่ยว ตลอดจนผู้สนใจในพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยในรุ่นที่ 4 นี้ มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 50 คน

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่เปิดเผยว่า ในปี พ.ศ. 2562 ก่อนสถานการณ์โรคโควิด 19 แพร่ระบาด จังหวัดกระบี่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามากว่า 6 ล้าน 7 แสนคน สร้างรายได้กว่า 112,055 ล้านบาท เป็นอันดับ 4 ของประเทศ อย่างไรก็ตาม หลังสถานการณ์ฯ คลี่คลาย ภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยว 6 ล้าน 4 แสนคน สร้างรายได้กว่า 105,016 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวต่อหัว คิดเป็น 16,452 บาท อยู่ในอันดับที่ 2 ของประเทศ สะท้อนถึงศักยภาพและความเข้มแข็งของภาคการท่องเที่ยวในพื้นที่

พร้อมเน้นย้ำผู้เข้าอบรม ตลอดจนประชาชนทั่วไปว่า สามารถบอกกล่าวสิ่งที่เป็นปัญหาในจังหวัดกระบี่กับหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล อุทยานแห่งชาติ รวมถึงท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อนำปัญหามาวิเคราะห์และบูรณาการความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป 

นอกจากนี้ ยังได้ชื่นชมคณะทำงานโครงการฯ รวมถึงหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ สมาคมการท่องเที่ยวโดยชุมชนจังหวัดกระบี่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ คณะวิทยากร และผู้เข้าร่วมโครงการฯ ที่ร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดกระบี่ให้ก้าวสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวสีเขียว (Krabi Go Green) ที่นักท่องเที่ยวประทับใจและกลับมาเยือนซ้ำ

ขอบคุณข้อมูลและภาพจากเฟซบุ๊กเพจประชาสัมพันธ์จังหวัดกระบี่